CapybarAIsource maps & field notes

ตัวบทฉบับเต็ม / DPS

พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565

อ่านตัวบททั้งฉบับในหน้าเดียว และเปิดหน้ารายมาตราได้จากเลขมาตรา

แหล่งข้อความ
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗
จำนวน
44 มาตรา

มาตรา 1

มาตรา 1

มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565”

มาตรา 2

มาตรา 2

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3

มาตรา 3

มาตรา 3 ในพระราชกฤษฎีกานี้

“บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล” หมายความว่า การให้บริการสื่อกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกันโดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ระหว่างผู้ประกอบการ ผู้บริโภค หรือผู้ใช้บริการ เพื่อให้เกิดธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะคิดค่าบริการหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่รวมถึงบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีไว้เพื่อเสนอสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลรายเดียวหรือบริษัทในเครือซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว ไม่ว่าจะเสนอสินค้าหรือบริการแก่บุคคลภายนอกหรือแก่บริษัทในเครือ

“ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า บุคคลซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ

“ผู้ประกอบการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งเสนอสินค้าหรือบริการต่อผู้บริโภคผ่านบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

“ผู้บริโภค” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับสินค้าหรือบริการ หรือได้รับการเสนอหรือการชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ประกอบการ เพื่อให้ได้รับสินค้าหรือบริการ และให้หมายความรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการโดยชอบ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ประกอบการ

“ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งใช้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และให้หมายความรวมถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภคด้วย

“ค่าบริการ” หมายความรวมถึงค่าตอบแทน ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายอื่น และบรรดาเงินหรือทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับการให้บริการซึ่งเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการ

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า

(1)กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น

(2)รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

(3)องค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกา

(4)หน่วยงานของรัฐสภา

(5)หน่วยงานของศาล ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาอรรถคดี

(6)องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท

(7)องค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย

(8)นิติบุคคล คณะบุคคล หรือบุคคลซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการดำเนินงานของรัฐไม่ว่าในการใด ๆ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 4

มาตรา 4

มาตรา 4 พระราชกฤษฎีกานี้มิให้ใช้บังคับแก่กรณีดังต่อไปนี้

(1)บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(2)บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ให้บริการโดยหน่วยงานของรัฐที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจการค้าโดยตรงหรือไม่เป็นการให้บริการที่มีลักษณะเพื่อแสวงหากำไรเป็นหลัก และได้แจ้งให้สำนักงานทราบแล้ว

การให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามวรรคหนึ่งต้องประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมีมาตรฐานการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้

เมื่อสำนักงานร้องขอข้อมูลหรือเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานตาม (1) ที่ได้จัดเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลหรือร้องขอข้อมูลหรือเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานตาม (2) ให้หน่วยงานดังกล่าวส่งหรือเชื่อมโยงข้อมูลให้สำนักงานตามรายการที่คณะกรรมการกำหนดโดยปรึกษาหารือกับหน่วยงานดังกล่าว

มาตรา 5

มาตรา 5

มาตรา 5 การควบคุมดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามกฎหมายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายใดกำหนดการควบคุมดูแลบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเรื่องใดไว้โดยเฉพาะ และมีหลักเกณฑ์ที่ประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมีมาตรฐานการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 6

มาตรา 6

มาตรา 6 การแจ้งการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล การส่งข้อมูล เอกสาร หรือรายงาน การแจ้งเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจ การออกใบรับแจ้งและการออกคำสั่งของสำนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลและรายงาน ตลอดจนการดำเนินการอื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ดำเนินการโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก

ให้ถือว่าสำนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้ง ได้รับข้อมูล เอกสาร หรือรายงาน ตามวันและเวลาที่การแจ้ง ข้อมูล เอกสาร หรือรายงานนั้น เข้าสู่ระบบของสำนักงาน เว้นแต่วันหรือเวลานั้นเป็นวันหรือเวลานอกทำการของสำนักงาน ให้ถือว่าสำนักงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับในเวลาเริ่มทำงานของวันทำการถัดไป

มาตรา 7

มาตรา 7

มาตรา 7 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา 8

มาตรา 8

มาตรา 8 ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นธุรกิจบริการที่ต้องแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจ

(1)บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรเกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดา หรือเกินห้าสิบล้านบาทต่อปี ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคล

(2)บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีจำนวนผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเกินห้าพันรายต่อเดือน โดยคำนวณจากการใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด

หลักเกณฑ์ตาม (1) และ (2) ไม่ใช้บังคับแก่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (2) หรือ (3) ที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามข้อเสนอแนะของสำนักงาน

คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ไม่ต้องแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจได้ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ ความเหมาะสมในการควบคุมดูแล และการป้องกันความเสียหายที่เกิดจากผลกระทบดังกล่าว

ในกรณีที่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งไม่มีลักษณะตามวรรคหนึ่ง หรือได้รับยกเว้นตามวรรคสาม ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวแจ้งให้สำนักงานทราบก่อนการประกอบธุรกิจถึงรายการโดยย่อตามมาตรา 12 (1) มาตรา 12 (2) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา 12 (5) ตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด และไม่ต้องปฏิบัติตามหมวด 2 หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและการควบคุมดูแล แต่ต้องแจ้งข้อมูลดังกล่าวและข้อมูลตามมาตรา 12 (2) (ง) และ (จ) และมาตรา 12 (3) (ข) ให้สำนักงานทราบทุกปีตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล

ในกรณีที่สำนักงานพบว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่ ให้สำนักงานแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นดำเนินการตามวรรคสี่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในกรณีที่ผู้นั้นไม่ดำเนินการ ให้สำนักงานประกาศการไม่ปฏิบัติตามวรรคสี่ให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา 14 ด้วย

มาตรา 9

มาตรา 9

มาตรา 9 ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักร แต่ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร ต้องแจ้งการประกอบธุรกิจต่อสำนักงานตามมาตรา 8 ด้วย

มาตรา 10

มาตรา 10

มาตรา 10 ให้ถือว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนอกราชอาณาจักรที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เป็นการให้บริการแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักร

(1)มีการแสดงผลโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นภาษาไทย

(2)มีการจดทะเบียนแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยใช้ชื่อโดเมน “.th” หรือ “.ไทย” หรือชื่ออื่นที่หมายถึงประเทศไทย หรือใช้ชื่อโดเมนภาษาไทย

(3)มีการกำหนดโดยแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ชำระเงินหรือสามารถเลือกชำระเงินเป็นสกุลเงินบาท

(4)มีเงื่อนไขให้ใช้กฎหมายไทยเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ธุรกรรมซื้อขายสินค้าหรือบริการที่ได้ทำบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือกำหนดให้ดำเนินคดีในศาลไทย

(5)มีการจ่ายค่าบริการแก่ผู้ให้บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเข้าถึงบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจเป็นการเฉพาะ

(6)มีการจัดตั้งสำนักงาน หน่วยงาน หรือมีบุคลากรเพื่อให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้ใช้บริการในราชอาณาจักร

(7)มีลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา 11

มาตรา 11

มาตรา 11 เพื่อประโยชน์ในการแจ้งการประกอบธุรกิจตามมาตรา 9 และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจตามมาตรา 15 มาตรา 17 วรรคสามและวรรคสี่ มาตรา 22 มาตรา 23 และมาตรา 28 ให้ผู้ประกอบธุรกิจแต่งตั้งผู้ทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักงานในราชอาณาจักร โดยทำเป็นลายลักษณ์อักษร และผู้ทำหน้าที่ดังกล่าวต้องอยู่ในราชอาณาจักร โดยต้องไม่ดำเนินการในลักษณะที่เป็นการประกอบธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

การแต่งตั้งผู้ประสานงานภายในราชอาณาจักรตามวรรคหนึ่ง ไม่ถือเป็นการกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดตั้งธุรกิจในราชอาณาจักร

มาตรา 12

มาตรา 12

มาตรา 12 ผู้ซึ่งประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้แจ้งข้อมูลและหลักฐาน ตามรายการดังต่อไปนี้ต่อสำนักงาน

(1)ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

(ก)ชื่อ-สกุล หรือชื่อนิติบุคคล

(ข)เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคล

(ค)ที่อยู่

(ง)รอบระยะเวลาบัญชี กรณีนิติบุคคล

(จ)ช่องทางการติดต่อ

(2)ข้อมูลเกี่ยวกับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

(ก)ชื่อบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล

(ข)ประเภทบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ในกรณีที่มีบริการหลายประเภทให้ระบุบริการทุกประเภทที่ให้บริการในราชอาณาจักร

(ค)ช่องทางการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น ยูอาร์แอล (URL) หรือแอปพลิเคชัน

(ง)มูลค่าการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (ถ้ามี)

(จ)รายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักร (ถ้ามี)

(ฉ)สัดส่วนของรายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรต่อรายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มดังกล่าวทั้งหมดของผู้ประกอบธุรกิจ (ถ้ามี)

(3)ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการ (ถ้ามี)

(ก)ประเภทของผู้ใช้บริการ เช่น ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ผู้ทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

(ข)จำนวนรวมของผู้ใช้บริการและจำนวนของผู้ใช้บริการแต่ละประเภท

(ค)ประเภทของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ขนส่งสินค้า ผู้ให้บริการคลังสินค้า

(ง)จำนวนรวมของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องและจำนวนของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องแต่ละประเภท

(4)ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนที่มีจำนวนมากที่สุดจำนวนห้าลำดับแรก

(ก)จำนวนและประเภทเรื่องร้องเรียน (ถ้ามี)

(ข)การจัดการเรื่องร้องเรียนและการระงับข้อพิพาท

(5)ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ประสานงานในราชอาณาจักร ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจประกอบธุรกิจอยู่นอกราชอาณาจักร

(6)คำยินยอมให้สำนักงานเข้าถึงข้อมูลที่ได้แจ้งตาม (1)

แบบการแจ้งให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดให้ผู้ซึ่งประสงค์จะประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแจ้งข้อมูลซึ่งมิใช่ความลับทางการค้าเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งก็ได้

มาตรา 13

มาตรา 13

มาตรา 13 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแบบการแจ้งข้อมูลพร้อมทั้งหลักฐานตามมาตรา 12 แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งในวันที่รับแจ้งนั้น และให้ผู้แจ้งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ตั้งแต่วันที่ได้รับใบรับแจ้งดังกล่าว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจแบบการแจ้งข้อมูลและหลักฐาน ในกรณีที่พบว่าการแจ้งไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วนตามมาตรา 12 พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนทั้งสิ้นในคราวเดียวกัน และนำผลการแก้ไขมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่แก้ไขหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นหยุดการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้นนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาจนกว่าจะแก้ไขให้ถูกต้องและครบถ้วนตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ดำเนินการตามวรรคสามภายในระยะเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่หยุดการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการรับแจ้งของผู้นั้นออกจากทะเบียนการรับแจ้งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว

มาตรา 14

มาตรา 14

มาตรา 14 ให้สำนักงานจัดให้มีทะเบียนการรับแจ้งเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกานี้ และจัดให้มีช่องทางเพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบรายชื่อและสถานะของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบรับแจ้งและที่ถูกถอนการรับแจ้งจากทะเบียนการรับแจ้ง โดยระบุเหตุผลที่ถูกถอนการรับแจ้ง

มาตรา 15

มาตรา 15

มาตรา 15 ให้ผู้ประกอบธุรกิจแจ้งข้อมูลตามมาตรา 12 ทุกปี ตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือหกสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชี ในกรณีที่เป็นนิติบุคคล

ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้สำนักงานทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตามมาตรา 12 (1) มาตรา 12 (2) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา 12 (5)

มาตรา 16

มาตรา 16

มาตรา 16 บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังต่อไปนี้ ต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบเกี่ยวกับข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการตามมาตรา 17 ก่อนหรือขณะใช้บริการ

(1)บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะดังนี้

(ก)ให้บริการแก่ผู้ใช้บริการโดยคิดค่าบริการ

(ข)ให้บริการเป็นสื่อกลางในการเสนอสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค ไม่ว่าธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการนั้นจะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลทั้งหมดหรือบางส่วน และ

(ค)ผู้ประกอบธุรกิจมีสัญญากับผู้ประกอบการในการเสนอสินค้าหรือบริการแก่ผู้บริโภค

(2)บริการสืบค้นแหล่งที่ตั้งของข้อมูลคอมพิวเตอร์ (search engine)

มาตรา 17

มาตรา 17

มาตรา 17 เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในการให้บริการ ให้ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา 16 ประกาศข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการให้ผู้ใช้บริการทราบอย่างชัดเจนและเหมาะสม ก่อนหรือขณะเข้าใช้บริการ อย่างน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

(1)เงื่อนไขในการให้บริการ การระงับหรือการหยุดให้บริการ และการคิดค่าบริการ

(2)ปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการจัดอันดับหรือแนะนำรายการสินค้าหรือบริการแก่ผู้ใช้บริการ

(3)ปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการนำเสนอโฆษณาสินค้าหรือบริการแก่ผู้ใช้บริการ

(4)ปัจจัยหลักของอัลกอริทึมหรือของหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการประเมินความพึงพอใจและการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ

(5)การเข้าถึงและการใช้งานข้อมูลที่ได้รับจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ใช้บริการ

(6)ช่องทางการให้ความช่วยเหลือ กระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน และการระงับข้อพิพาท รวมทั้งกรอบระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าว

(7)การจัดระดับการนำเสนอสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่เหมาะสมต่อผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม

(8)การดำเนินการต่อสินค้า บริการ หรือเนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรานี้ของผู้ประกอบธุรกิจ ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดรายละเอียดการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบธุรกิจมีหน้าที่แจ้งให้สำนักงานและผู้ใช้บริการทราบด้วยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ให้ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งยื่นรายงานการดำเนินการตามมาตรานี้ทุกปีตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด

ให้สำนักงานเผยแพร่รายงานหรือข้อมูลในรายงานตามวรรคสี่ให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา 14 ด้วย

มาตรา 18

มาตรา 18

มาตรา 18 ให้ถือว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังต่อไปนี้ เป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่หรือบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ

(1)บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ซึ่งมีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่ายจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในราชอาณาจักรแต่ละประเภทบริการเกินสามร้อยล้านบาทต่อปี หรือรวมทุกประเภทบริการเกินหนึ่งพันล้านบาทต่อปี หรือมีจำนวนผู้ใช้บริการในราชอาณาจักรเกินจำนวนร้อยละสิบของจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามประกาศ เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร โดยคำนวณจากการใช้งานเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกาศกำหนด

(2)บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะอันเนื่องมาจากความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ ความน่าเชื่อถือและยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสาธารณชน และมีผลกระทบในระดับสูงที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลนั้น ตามหลักเกณฑ์การประเมินระดับผลกระทบของการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

(3)บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ สุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม การพลังงาน การสื่อสารและโทรคมนาคม การขนส่งและโลจิสติกส์ และการสาธารณูปโภค ซึ่งคณะกรรมการประกาศกำหนดให้เป็นบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะโดยข้อเสนอของหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบ

เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติตามมาตรานี้ ให้สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดว่าบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่หรือบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะประเภทใดหรือรายใด มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 19 มาตรา 20 หรือมาตรา 21 แล้วแต่กรณี

มาตรา 19

มาตรา 19

มาตรา 19 นอกจากหน้าที่อื่นที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่ตามมาตรา 18 (1) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 18 วรรคสอง มีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง รวมทั้งมีมาตรการการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ การจัดการภาวะวิกฤติ การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย การตรวจสอบโดยผู้ตรวจประเมินภายนอก และการดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา 20

มาตรา 20

มาตรา 20 นอกจากหน้าที่อื่นที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (2) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 18 วรรคสอง มีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง รวมทั้งมีมาตรการการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว และการดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา 21

มาตรา 21

มาตรา 21 นอกจากหน้าที่อื่นที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 18 วรรคสอง มีหน้าที่ประเมินความเสี่ยง รวมทั้งมีมาตรการการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว และการดำเนินการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการร่วม

มาตรา 22

มาตรา 22

มาตรา 22 ให้ผู้ประกอบธุรกิจซึ่งดำเนินการตามมาตรา 19 มาตรา 20 หรือมาตรา 21 มีหน้าที่ยื่นรายงานการดำเนินการดังกล่าวต่อสำนักงานทุกปี ตามแบบที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา 23

มาตรา 23

มาตรา 23 ในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการ ให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (2) หรือ (3) ที่สำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 18 วรรคสอง ต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการด้วย โดยมีระยะเวลาการรับฟังความคิดเห็นอย่างน้อยสิบห้าวัน และต้องแจ้งให้สำนักงานทราบ เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการนั้นเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ ไม่ต้องรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ

(1)เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย

(2)เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้บริการ

(3)เพื่อให้ครอบคลุมบริการใหม่หรือบริการที่ปรับปรุง

(4)เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ

(5)เพื่อลดภาระหรือเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ใช้บริการ

(6)เพื่อให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

ในกรณีที่สำนักงานเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการไม่มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการหรือกระทบต่อความเป็นธรรมในการใช้บริการ สำนักงานอาจมีคำสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา 18 (2) หรือ (3) ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นหรือแก้ไขข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการตามมาตรา 17 ให้เกิดความเป็นธรรม ภายในระยะเวลาที่กำหนด

มาตรา 24

มาตรา 24

มาตรา 24 ให้คณะกรรมการทบทวนการกำหนดบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่และบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 วรรคสอง รวมทั้งหน้าที่เพิ่มเติมของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวตามมาตรา 19 มาตรา 20 และมาตรา 21 ทุกปี

มาตรา 25

มาตรา 25

มาตรา 25 ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดให้มีมาตรการการบรรเทาความเสียหายและการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยอย่างน้อยต้องประกอบด้วยมาตรการ ดังต่อไปนี้

(1)กระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน

(2)ช่องทางการให้ความช่วยเหลือผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ

(3)มาตรการอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา 26

มาตรา 26

มาตรา 26 นอกจากต้องดำเนินการตามมาตรา 25 แล้ว ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา 16 และมาตรา 18 วรรคสอง ต้องจัดให้มีมาตรการการบรรเทาความเสียหายและการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ดังต่อไปนี้ ไว้ในข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการด้วย

(1)ขั้นตอนและมาตรการการดูแลผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ

(2)ขั้นตอนการเยียวยาความเสียหายและการแจ้งผลการดำเนินการให้ผู้ใช้บริการทราบ

(3)การระบุสาระสำคัญของสัญญาประกันภัยที่ผู้ประกอบธุรกิจได้ทำไว้ในกรณีเกิดความเสียหาย (ถ้ามี)

(4)มาตรการอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา 27

มาตรา 27

มาตรา 27 ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา 18 วรรคสอง ได้ให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามระยะเวลาที่คณะกรรมการประกาศกำหนด โดยไม่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกานี้ และไม่มีปัญหาอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด สำนักงานอาจออกเครื่องหมายแสดงการรับรองหรือข้อความอื่นในทำนองเดียวกัน ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจจะแสดงหรือเผยแพร่ได้

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการออกเครื่องหมายแสดงการรับรองหรือข้อความอื่นตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา 28

มาตรา 28

มาตรา 28 ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจต้องแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันก่อนวันที่จะเลิกประกอบธุรกิจ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่สำนักงานประกาศกำหนด

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา 16 หรือมาตรา 18 วรรคสอง ประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจต้องดำเนินการตามวรรคหนึ่งไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนวันที่จะเลิกประกอบธุรกิจ และให้แจ้งแผนและมาตรการในการดูแลผู้ใช้บริการให้สำนักงานทราบด้วย

เพื่อประโยชน์ในการทำแผนและมาตรการตามวรรคสอง คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้หรือเยียวยาผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ หรือการอื่นที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการ

ให้ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งและวรรคสองประกาศให้ผู้ใช้บริการทราบการแจ้งเลิกการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรานี้ทันทีที่ได้แจ้งให้สำนักงานทราบ โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคสองแจ้งแผนและมาตรการในการดูแลผู้ใช้บริการไปพร้อมกันด้วย

มาตรา 29

มาตรา 29

มาตรา 29 เพื่อประโยชน์ในการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ก่อนออกใบรับแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าผู้ประกอบธุรกิจได้ดำเนินการตามแผนและมาตรการตามมาตรา 28 วรรคสอง ครบถ้วนแล้ว หากได้ดำเนินการครบถ้วน และไม่พบผู้ใช้บริการซึ่งได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

มาตรา 30

มาตรา 30

มาตรา 30 ให้ถือว่าการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นอันเลิก เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ

ให้สำนักงานประกาศการเลิกประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา 14 ด้วย

มาตรา 31

มาตรา 31

มาตรา 31 ให้สำนักงานจัดให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนกลางที่เกิดจากการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลโดยผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเป็นช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้บริการ โดยให้รายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการทุกปี

ให้นำความในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับแก่บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา 8 วรรคสี่ ด้วยโดยอนุโลม และให้สำนักงานมีอำนาจขอความร่วมมือบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวในการแก้ไขเรื่องร้องเรียนที่สำนักงานได้รับด้วย

มาตรา 32

มาตรา 32

มาตรา 32 ให้สำนักงานมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีหรือมีกลไกในการกำกับดูแลตนเองที่เหมาะสม ซึ่งครอบคลุมการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของผู้ใช้บริการที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของบริการที่ได้จากผลการประเมินความเสี่ยง และมาตรการส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจอันดีและเป็นที่ยอมรับร่วมกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ใช้บริการ และหน่วยงานของรัฐ

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง สำนักงานอาจจัดทำคู่มือเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบธุรกิจใช้ในการดำเนินการได้

มาตรา 33

มาตรา 33

มาตรา 33 ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขตามที่กำหนดในหมวด 2 หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลและการควบคุมดูแล หรือตามประกาศของคณะกรรมการหรือของสำนักงาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีคำสั่งห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจนั้นให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องและครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดดังกล่าว

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งห้ามการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ถอนการรับแจ้งของผู้นั้นออกจากทะเบียนการรับแจ้งและแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นั้นทราบโดยเร็ว

ให้สำนักงานประกาศการถูกถอนออกจากทะเบียนการรับแจ้งให้สาธารณชนทราบผ่านช่องทางตามมาตรา 14 ด้วย

มาตรา 34

มาตรา 34

มาตรา 34 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานของรัฐ” เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการร่วม” ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นรองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานกรรมการ คนที่สอง ปลัดกระทรวงแรงงาน เลขาธิการ ก.พ.ร. อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานอื่นซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน เป็นกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามมาตรา 35 คณะกรรมการร่วมอาจมีมติให้เชิญผู้ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณาเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราวในฐานะกรรมการด้วยได้ ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ซึ่งได้รับเชิญและมาประชุมมีฐานะเป็นกรรมการสำหรับการประชุมครั้งที่ได้รับเชิญนั้น แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา 35

มาตรา 35

มาตรา 35 ให้คณะกรรมการร่วมมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(1)ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่คณะกรรมการและผู้อำนวยการในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกฤษฎีกานี้

(2)สอดส่องดูแล ให้ความเห็น คำแนะนำ และคำปรึกษาแก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกานี้

(3)พิจารณาและวินิจฉัยกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ประกันความโปร่งใส ความเป็นธรรม หรือมาตรฐานตามมาตรา 4 วรรคสอง และมาตรา 5

(4)ให้คำแนะนำการกำหนดลักษณะของการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องแจ้งตามมาตรา 8 วรรคสาม และการกำหนดลักษณะการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ถือว่าเป็นการให้บริการแพลตฟอร์มดิจิทัลแก่ผู้ใช้บริการซึ่งอยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา 10 (7)

(5)เสนอแนะแนวทางการดำเนินการตามมาตรา 18

(6)เสนอแนะแนวทางการกำหนดหน้าที่เพิ่มเติมสำหรับบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 21 และการทบทวนการกำหนดบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลขนาดใหญ่และบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะ รวมทั้งหน้าที่เพิ่มเติมตามมาตรา 24

(7)เสนอแนะแนวทางการกำหนดมาตรการการบรรเทาความเสียหาย และการชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 28 วรรคสาม

(8)ประสานให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 37 มาตรา 38 และมาตรา 39 และในการอื่นที่จำเป็น

(9)แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการควบคุมดูแลการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล หรือปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการร่วมมอบหมาย

(10)ปฏิบัติการอื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้และตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

ในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการร่วมคำนึงถึงการลดความซ้ำซ้อนที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องปฏิบัติตามกฎของหน่วยงานของรัฐ การอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้บริการ การชดใช้หรือเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล และประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย

มาตรา 36

มาตรา 36

มาตรา 36 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการร่วมและคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

มาตรา 37

มาตรา 37

มาตรา 37 เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานตามหน้าที่และอำนาจตามกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐ ทำให้หน่วยงานของรัฐนั้นมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลที่สำนักงานได้รับจากการแจ้งให้ทราบตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้สำนักงานร่วมมือโดยให้ข้อมูลดังกล่าวแก่หน่วยงานนั้นโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

มาตรา 38

มาตรา 38

มาตรา 38 เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบธุรกิจและลดความซ้ำซ้อนในการขอข้อมูล ในกรณีที่สำนักงานจำเป็นต้องใช้ข้อมูลซึ่งหน่วยงานของรัฐได้มีการขอหรือจัดเก็บจากผู้ประกอบธุรกิจหรือผู้ประกอบการไว้แล้ว สำนักงานอาจขอให้หน่วยงานดังกล่าวเปิดเผย หรือเชื่อมโยงข้อมูลเช่นว่านั้นแก่สำนักงาน และให้หน่วยงานของรัฐนั้นให้ความร่วมมือดำเนินการดังกล่าวแก่สำนักงานโดยไม่ชักช้า

มาตรา 39

มาตรา 39

มาตรา 39 เพื่อประโยชน์ในการบังคับใช้กฎหมายและพระราชกฤษฎีกานี้ สำนักงานอาจขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจที่กฎหมายให้ไว้แก่หน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการนั้น ต่อผู้ประกอบธุรกิจและผู้ใช้บริการ ซึ่งฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกานี้ได้

ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่การที่หน่วยงานของรัฐขอความร่วมมือจากสำนักงานด้วยโดยอนุโลม

มาตรา 40

มาตรา 40

มาตรา 40 คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ให้อุทธรณ์ต่อผู้อำนวยการ

คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยคณะกรรมการร่วม สำนักงาน หรือผู้อำนวยการให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ

มาตรา 41

มาตรา 41

มาตรา 41 ผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ใช้บริการ และผู้ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากคำสั่งทางปกครองที่ออกตามพระราชกฤษฎีกานี้ อาจอุทธรณ์คำสั่งโดยยื่นต่อสำนักงาน พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่ง หรือต่อผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 40 ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง หรือนับแต่วันที่รู้หรือควรจะรู้ถึงคำสั่งดังกล่าว แล้วแต่กรณี

คำอุทธรณ์ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรลงลายมือชื่อผู้อุทธรณ์ โดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย

ให้ผู้รับคำอุทธรณ์ออกใบรับคำอุทธรณ์ ลงวัน เดือน ปีที่รับ และลายมือชื่อผู้รับให้แก่ผู้อุทธรณ์

มาตรา 42

มาตรา 42

มาตรา 42 ให้ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันรับอุทธรณ์ ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้แจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบระยะเวลา ทั้งนี้ ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์อาจขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว

มาตรา 43

มาตรา 43

มาตรา 43 ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับและธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ต้องแจ้งให้ทราบก่อนการประกอบธุรกิจตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้ หากประสงค์จะประกอบธุรกิจต่อไป ให้แจ้งการประกอบธุรกิจตามพระราชกฤษฎีกานี้ต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ในระหว่างนั้น ให้ประกอบธุรกิจต่อไปได้

ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบตามวรรคหนึ่ง ผู้ใดประสงค์จะเลิกประกอบธุรกิจภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ผู้นั้นแจ้งการเลิกประกอบธุรกิจดังกล่าวต่อสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ และให้นำความในมาตรา 28 มาตรา 29 และมาตรา 30 มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม

มาตรา 44

มาตรา 44

มาตรา 44 ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลตามมาตรา 8 วรรคสี่ ซึ่งประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้แจ้งรายการโดยย่อตามมาตรา 12 (1) มาตรา 12 (2) (ก) (ข) และ (ค) และมาตรา 12 (5) ตามแบบที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ประกาศกำหนด ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้นำความในมาตรา 8 วรรคห้า มาใช้บังคับแก่ผู้ประกอบธุรกิจตามวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม