งาน สัญญา และสิทธิ
นำงานเดิมมาตัดใหม่ โพสต์ซ้ำ หรือใส่แฟ้มผลงานได้แค่ไหน
สมมติว่าเอเจนซีทำวิดีโอแคมเปญให้ลูกค้าเสร็จแล้ว อีกหกเดือนลูกค้าอยากนำบางช่วงไปทำโฆษณาสินค้ารุ่นใหม่ ขณะเดียวกันคนตัดต่ออยากแคปภาพลงแฟ้มผลงาน และร้านตัวแทนจำหน่ายขอไฟล์ไปโพสต์บนเพจของตน ทุกฝ่ายกำลังใช้ “งานเดิม” แต่ไม่ได้กำลังทำสิ่งเดียวกัน ก่อนหยิบไฟล์มาใช้ซ้ำ จึงต้องดูทั้งผู…
สมมติว่าเอเจนซีทำวิดีโอแคมเปญให้ลูกค้าเสร็จแล้ว อีกหกเดือนลูกค้าอยากนำบางช่วงไปทำโฆษณาสินค้ารุ่นใหม่ ขณะเดียวกันคนตัดต่ออยากแคปภาพลงแฟ้มผลงาน และร้านตัวแทนจำหน่ายขอไฟล์ไปโพสต์บนเพจของตน ทุกฝ่ายกำลังใช้ “งานเดิม” แต่ไม่ได้กำลังทำสิ่งเดียวกัน ก่อนหยิบไฟล์มาใช้ซ้ำ จึงต้องดูทั้งผู้ใช้ วัตถุประสงค์ ช่องทาง การแก้ไข และสิทธิที่ได้รับมา การเคยเผยแพร่งานแล้วไม่ได้ทำให้ทุกคนมีสิทธินำไปใช้อีกโดยไม่มีข้อจำกัด และการมีไฟล์อยู่ในเครื่องก็ไม่ใช่หลักฐานเรื่องสิทธิทั้งหมด [1]
เริ่มจากถามว่าครั้งนี้จะเปลี่ยนอะไรจากครั้งก่อน
ลองเปรียบเทียบการโพสต์วิดีโอเดิมบนบัญชีเดิมกับการตัดคำพูดออกจากบริบทไปประกอบสินค้ารุ่นใหม่ หรือการส่งวิดีโอให้บริษัทอีกแห่งหนึ่งนำไปลงโฆษณา ความต่างอาจอยู่ที่ผู้ใช้ เรื่องที่สื่อ หรือผู้ชม ไม่ได้อยู่เฉพาะความยาวของคลิป ในทางการทำงาน เราอาจเขียนสั้น ๆ ว่าใครจะใช้ไฟล์ไหน ทำอะไร ที่ใด และเมื่อไร แล้วนำไปเทียบกับข้อตกลงเดิม วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่าต้องตรวจอะไรเพิ่ม โดยไม่จำเป็นต้องสร้างตารางสิทธิซับซ้อนสำหรับทุกงาน หากคำตอบยังเป็นเพียงว่า “เคยซื้อมาแล้ว” ให้กลับไปอ่านว่าซื้อสิทธิอะไรไว้ มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 กล่าวถึงสิทธิทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน และการอนุญาตให้ใช้ ซึ่งอาจถูกกำหนดขอบเขตไว้ในข้อตกลง การได้รับอนุญาตอย่างหนึ่งจึงต้องอ่านว่าครอบคลุมการใช้ครั้งใหม่เพียงใด [1]
งานที่เราเป็นคนทำ อาจไม่ใช่งานที่เรามีสิทธิใช้ได้ทุกแบบ
คนถ่ายหรือคนตัดต่ออาจเป็นผู้สร้างสรรค์ แต่สิทธิในงานต้องอ่านเรื่องการจ้างและข้อตกลงด้วย มาตรา 9 กับ มาตรา 10 วางหลักงานลูกจ้างและงานรับจ้างสร้างสรรค์ต่างกัน และหากมีการโอนสิทธิก็ต้องดู มาตรา 17 ประกอบ [1] ในตัวอย่าง คนตัดต่อจึงไม่ควรนำงานขึ้นแฟ้มผลงานเพียงเพราะเป็นคนประกอบไฟล์สุดท้าย ส่วนแบรนด์ก็ไม่ควรสรุปว่าตนได้รับสิทธิในเพลง ภาพสำเร็จรูป และการแสดงทั้งหมดจากการจ้างเอเจนซีครั้งเดียว ต้องดูแต่ละส่วนว่าใครควบคุมสิทธิและให้ใช้ได้เท่าใด ข้อเสนอสำหรับงานใหม่คือคุยเรื่องแฟ้มผลงานตั้งแต่เริ่ม เช่น ผู้ผลิตแสดงภาพใดได้ หลังเปิดตัวเมื่อไร และต้องส่งให้ลูกค้าตรวจก่อนหรือไม่ เงื่อนไขเหล่านี้ช่วยให้รู้ทางใช้ต่อ แต่ไม่ได้แทนการตรวจสิทธิของบุคคลอื่นที่ประกอบอยู่ในงาน
การตัดใหม่อาจเปลี่ยนทั้งชิ้นงานและความหมาย
การย่อคลิปให้สั้นลงอาจเกี่ยวข้องกับการทำซ้ำหรือดัดแปลงตามนิยาม มาตรา 4 และสิทธิใน มาตรา 15 ไม่ควรตั้งกฎว่าเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยจึงไม่ต้องดูสิทธิ หรือเปลี่ยนมากแล้วกลายเป็นงานใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับต้นทางเลย [1] นอกจากตัวภาพ ให้ตรวจความหมายที่ผู้ชมจะได้รับด้วย สมมติว่าผู้ให้สัมภาษณ์พูดว่า “เหมาะกับงานเล็ก แต่ยังไม่ได้ลองกับงานใหญ่” ถ้าตัดเหลือเพียง “เหมาะกับงาน” แล้ววางข้างสินค้าคนละรุ่น ข้อความที่สื่ออาจเปลี่ยนไป แม้ทุกคำจะมาจากเสียงต้นฉบับก็ตาม มาตรา 18 ยังให้ความคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์เกี่ยวกับการบิดเบือน ตัดทอน หรือดัดแปลงจนเสียหายต่อชื่อเสียงหรือเกียรติคุณตามเงื่อนไขของมาตรา ส่วนสิทธิของคนให้สัมภาษณ์ ข้อตกลง และข้อจำกัดเกี่ยวกับข้อความโฆษณาต้องตรวจแยกตามการใช้นั้น ไม่ใช่ถือว่าตรวจลิขสิทธิ์แล้วจบทุกเรื่อง [1]
แคปหน้าจอหรือใส่เครดิต ไม่ใช่ข้อยกเว้นสำเร็จรูป
ภาพหน้าจออาจคัดลอกทั้งภาพ ข้อความ งานออกแบบ หรือเนื้อหาที่มีสิทธิอยู่ การเปลี่ยนวิธีเก็บจากดาวน์โหลดเป็นแคปหน้าจอจึงไม่ทำให้พ้นเรื่องลิขสิทธิ์เอง ต้องดูสิ่งที่คัดลอกและการนำไปใช้ [1: มาตรา 4 และ มาตรา 27] กฎหมายมีข้อยกเว้นตาม มาตรา 32 เช่น การติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานภายใต้เงื่อนไข แต่ต้องพิจารณาทั้งลักษณะการใช้และหลักที่ไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานตามปกติหรือกระทบสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายเกินสมควร การใส่เครดิตหรือเขียนว่า “ไม่ได้มีเจตนาละเมิด” ไม่ได้ทำให้การใช้ทุกแบบเข้าเงื่อนไขนั้น [1] สำหรับแฟ้มผลงานเชิงพาณิชย์ จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นการศึกษา หรือว่าการโชว์เพียงภาพเดียวทำให้ใช้ได้เสมอ ถ้ามีสิทธิจากข้อตกลงที่ชัดเจนอยู่แล้ว ให้ใช้ตามขอบเขตนั้น หากจะอาศัยข้อยกเว้นควรตรวจให้ตรงกับเหตุผลและวิธีใช้จริง
ปุ่มแชร์กับการนำไฟล์ออกไปใช้ต่อ ต้องดูคนละการทำงาน
การกดแชร์ผ่านเครื่องมือที่เจ้าของโพสต์เปิดไว้ กับการดาวน์โหลดวิดีโอแล้วอัปโหลดเป็นโพสต์ใหม่ อาจมีเงื่อนไขและผลต่างกัน ไม่ควรนำคำตอบจากวิธีหนึ่งไปใช้กับอีกวิธีโดยไม่อ่านสิทธิและเงื่อนไขบริการ เช่นเดียวกัน การใช้เพลงหรือภาพผ่านคลังของแพลตฟอร์มต้องดูขอบเขตการอนุญาต เมื่อจะนำไฟล์ออกไปลงเว็บไซต์ ซื้อโฆษณา หรือให้ตัวแทนจำหน่ายใช้ ต้องตรวจเงื่อนไขใหม่ตามการใช้นั้น ไม่ถือว่าเคยโพสต์ผ่านแล้วจะใช้ข้ามบริการได้ทั้งหมด [1: หลักสิทธิและการอนุญาตตาม มาตรา 15] กรมทรัพย์สินทางปัญญามีทั้งหน้าความรู้และตัวอย่างสัญญาอนุญาตให้ใช้งานลิขสิทธิ์เป็นทรัพยากรประกอบ แต่เอกสารตัวอย่างยังต้องปรับให้ตรงกับงานและผู้มีสิทธิของเรา ไม่ใช่ใช้ชื่อแบบฟอร์มแทนการตรวจขอบเขต [2]
ลบชื่อออกแล้ว ภาพยังอาจบอกได้ว่าเป็นใคร
ภาพแชต ตัวเลขยอดขาย หรือหน้าจอทำงานที่นำไปแสดงในแฟ้มผลงาน อาจมีชื่อ รูปโปรไฟล์ อีเมล เลขคำสั่งซื้อ หรือรายละเอียดที่ทำให้ระบุตัวบุคคลได้ การปิดชื่อเพียงช่องเดียวจึงอาจยังไม่พอ มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ครอบคลุมการระบุตัวบุคคลทั้งทางตรงและทางอ้อม ส่วนการนำข้อมูลไปใช้ต่างจากวัตถุประสงค์เดิมต้องพิจารณา มาตรา 21 ประกอบฐานกฎหมายและการเปิดเผยที่เกี่ยวข้องตาม มาตรา 24 และ มาตรา 27 การได้รับสิทธิในงานออกแบบไม่ได้ทำให้ข้อมูลลูกค้าในภาพนำไปเผยแพร่ได้ด้วยโดยอัตโนมัติ [3] ทางเลือกที่เสนอคือใช้ภาพสาธิตซึ่งระบุว่าเป็นข้อมูลสมมติ หรือเลือกส่วนที่แสดงวิธีทำงานโดยไม่เปิดข้อมูลที่ไม่จำเป็น แต่ต้องไม่ดัดแปลงตัวอย่างจนผู้ชมเข้าใจว่าเป็นผลลัพธ์จริงของลูกค้า หากแสดงผลงานจริง ก็ควรตรวจขอบเขตที่เปิดเผยได้กับผู้เกี่ยวข้องก่อน
ตรวจวันสิ้นสุดสิทธิและคนที่จะใช้ต่อ
การกลับมาใช้ไฟล์เก่าเป็นจังหวะที่ควรตรวจระยะเวลาใบอนุญาต การเปลี่ยนเจ้าของแบรนด์ และรายชื่อผู้ได้รับสิทธิอีกครั้ง สิทธิที่อนุญาตให้บริษัทหนึ่งใช้ไม่ควรถูกตีความเองว่าส่งต่อให้บริษัทอื่นได้เสมอ และสิทธิที่กำหนดระยะเวลาก็ไม่ควรถูกมองข้ามเพียงเพราะไฟล์ยังเก็บอยู่ ก่อนนำงานออกใช้ใหม่ เราอาจสรุปไว้ข้างไฟล์ว่า ใช้ตามข้อตกลงเดิมได้ ต้องขอสิทธิเพิ่ม หรือยังมีเรื่องที่ต้องตรวจ พร้อมเก็บหลักฐานที่รองรับสถานะนั้น เมื่อเปลี่ยนภาพ เพลง หรือคำพูด ต้องทบทวนสิทธิของส่วนที่เปลี่ยน ไม่คัดสถานะ “ตรวจแล้ว” จากไฟล์เก่ามาใช้ทั้งชุด งานเดิมจึงช่วยประหยัดเวลาได้จริงเมื่อทีมรู้ว่าใช้ต่อได้อย่างไร ไม่ใช่เมื่อทุกคนหยิบไฟล์ที่หาเจอแล้วเดาว่าเจ้าของงานคงอนุญาตเหมือนครั้งก่อน
เอกสารอ้างอิง
- พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ประกอบ ฉบับรวบรวมและที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง พ.ศ. 2565 ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา — ความรู้และบริการด้านลิขสิทธิ์ — มีทางเข้าตัวอย่างสัญญาอนุญาตให้ใช้งาน ไม่ใช่การอนุมัติใช้ชิ้นงานเฉพาะราย
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ตัวอย่างเป็นสถานการณ์สมมติ ขอบเขตสิทธิ การใช้ข้อยกเว้น และการเปิดเผยข้อมูลต้องพิจารณาจากงานและข้อตกลงจริงเป็นรายกรณี