แบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา
ก่อนยื่นจดเครื่องหมายการค้า ควรค้นข้อมูลและเตรียมอะไร
สมมติว่าเราเลือกชื่อและโลโก้สำหรับแบรนด์ได้แล้ว ค้นชื่อในอินเทอร์เน็ตไม่พบใครใช้ตรงกัน จึงเตรียมยื่นจดทะเบียน แต่เมื่อเปิดฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้า กลับพบคำที่อ่านคล้ายกันอยู่กับสินค้าหลายประเภท บางรายการกำลังยื่น บางรายการจดทะเบียนแล้ว และบางรายการมีสถานะที่เราไม่เข้าใจ ขั้น…
สมมติว่าเราเลือกชื่อและโลโก้สำหรับแบรนด์ได้แล้ว ค้นชื่อในอินเทอร์เน็ตไม่พบใครใช้ตรงกัน จึงเตรียมยื่นจดทะเบียน แต่เมื่อเปิดฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้า กลับพบคำที่อ่านคล้ายกันอยู่กับสินค้าหลายประเภท บางรายการกำลังยื่น บางรายการจดทะเบียนแล้ว และบางรายการมีสถานะที่เราไม่เข้าใจ ขั้นตอนต่อไปไม่ใช่เลือกเฉพาะรายการที่ดูไม่เหมือนแล้วสรุปว่าชื่อใช้ได้ แต่ควรรวบรวมสิ่งที่ค้นให้เป็นระเบียบ เพื่อให้ตรวจได้ว่าค้นอะไร ครอบคลุมเพียงใด และมีประเด็นไหนต้องพิจารณาต่อ การค้นเบื้องต้นช่วยเตรียมการตัดสินใจ ไม่ใช่คำรับรองว่าจะจดทะเบียนได้หรือไม่มีข้อพิพาท
กำหนดเครื่องหมายที่จะยื่นให้ชัดก่อนค้น
ชื่อที่ใช้พูดกันในทีมอาจยังไม่ตรงกับเครื่องหมายที่จะยื่น เช่น มีชื่อไทย ชื่ออังกฤษ คำอ่านย่อ และแบบโลโก้ที่รวมภาพอยู่ด้วย หากส่งเพียงคำหนึ่งคำให้ตรวจ แต่ภายหลังยื่นภาพอีกแบบ ผลค้นเดิมอาจไม่ครอบคลุมส่วนที่เพิ่มเข้ามา ควรเก็บภาพเครื่องหมายที่ตั้งใจใช้ พร้อมรูปสะกดและคำอ่านที่เกี่ยวข้อง ถ้ายังตัดสินใจระหว่างหลายแบบ ให้แยกแต่ละแบบเป็นทางเลือก ไม่รวมผลค้นจนไม่รู้ว่าข้อสังเกตนั้นผูกกับภาพใด ให้ระบุด้วยว่าใครจะเป็นผู้ขอจดทะเบียน และสิทธิในภาพหรือชื่อที่ได้มาถูกจัดการไว้อย่างไร เช่น จ้างออกแบบ ใช้ภาพสำเร็จรูป หรือมีผู้ร่วมก่อตั้งหลายคน ประเด็นนี้ช่วยให้เตรียมเอกสารได้ตรงกับผู้ที่จะถือสิทธิ ไม่ใช่รอให้ยื่นไปแล้วจึงคุยกันว่าเครื่องหมายควรอยู่ในชื่อใคร
เขียนรายการสินค้าและบริการจากสิ่งที่จะทำจริง
คำว่า “แบรนด์ออนไลน์” ยังไม่บอกว่าต้องตรวจสินค้าและบริการใด ลองเขียนให้เห็นว่าเราขายอะไรหรือให้บริการอะไร เช่น สมุด เสื้อผ้า การผลิตวิดีโอ หรือการจัดอบรม แล้วค่อยเทียบกับรายการจำพวกที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจัดไว้ [1] การค้นเฉพาะจำพวกที่คิดว่าจะยื่นอาจเป็นจุดเริ่มต้น แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุให้ละเลยสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้อง การพิจารณาความเหมือนหรือคล้ายไม่ใช่เพียงตรวจว่าหมายเลขจำพวกตรงกันหรือไม่ ต้องดูรายละเอียดตามกฎหมายและข้อเท็จจริงด้วย [2] หากแผนธุรกิจยังมีหลายทาง ให้แยกสิ่งที่จะเริ่มจริงออกจากความเป็นไปได้ระยะยาว ผู้ตรวจจะได้ทราบว่าประเด็นใดมีผลต่อการตัดสินใจทันที และประเด็นใดควรกลับมาตรวจเมื่อขยายกิจการ ไม่จำเป็นต้องเขียนว่าครอบคลุมสินค้าทุกชนิดเพียงเพราะยังไม่แน่ใจว่าจะขายอะไร
ค้นทั้งชื่อเต็ม คำสำคัญ และรูปสะกดที่ใกล้เคียง
เริ่มจากชื่อเต็มที่ตั้งใจใช้ แล้วแยกคำสำคัญที่คนจำได้มาค้นต่อ สำหรับชื่อไทยและอังกฤษ อาจต้องทดลองคำอ่าน การสะกดที่พบบ่อย การเว้นวรรค หรือเสียงที่ใกล้กัน หากมีภาพเด่นในโลโก้ ก็ควรตรวจส่วนภาพ ไม่ให้การค้นตัวอักษรเป็นงานทั้งหมด วิธีเหล่านี้เป็นข้อเสนอสำหรับเพิ่มความครอบคลุมของการค้น ไม่ใช่สูตรที่ทำแล้วตรวจสิทธิครบแน่นอน ฐานข้อมูลและช่องค้นแต่ละแบบมีข้อจำกัด จึงควรอ่านคำอธิบายระบบและบันทึกว่าค้นด้วยเงื่อนไขใด ไม่ใช้ผล “ไม่พบข้อมูล” โดยไม่ทราบว่าระบบค้นอะไรให้เรา กรมทรัพย์สินทางปัญญามีระบบตรวจข้อมูลเครื่องหมายการค้าสำหรับประชาชน รวมถึงคู่มือและช่องทางบริการ การเปิดผลจากหน่วยงานโดยตรงช่วยให้ตรวจเลขคำขอและข้อมูลระเบียนต่อได้ ดีกว่าพึ่งภาพหน้าจอที่ส่งต่อกันโดยไม่ทราบวันค้น [1]
เก็บข้อมูลของรายการที่ใกล้เคียง ไม่ใช่เก็บเฉพาะภาพโลโก้
เมื่อพบรายการที่ควรตรวจต่อ ควรเก็บเลขคำขอหรือทะเบียน รูปเครื่องหมาย ชื่อผู้ขอ รายการสินค้าและบริการ วันที่สำคัญ และสถานะที่แหล่งข้อมูลแสดงไว้ พร้อมลิงก์และวันตรวจ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้กลับไปค้นระเบียนเดิมได้ ไม่สับสนระหว่างชื่อคล้ายกันหลายรายการ สถานะควรถอดตามที่ระบบแสดง หากยังไม่เข้าใจคำที่ใช้ ให้เก็บข้อความนั้นไว้และสอบถามต่อ ไม่แปลสถานะที่ดูเหมือนสิ้นสุดให้กลายเป็นข้อสรุปว่าใครก็นำชื่อมาใช้ได้แล้ว การประเมินสิทธิบางเรื่องอาจต้องดูประวัติการใช้และข้อเท็จจริงนอกฐานทะเบียนเพิ่มเติม เช่นเดียวกัน การพบคำขอที่ยังไม่ได้จดทะเบียนไม่ควรถูกตัดทิ้งเพียงเพราะไม่ใช่ทะเบียนสำเร็จ การจัดข้อมูลให้เห็นทั้งคำขอและทะเบียนช่วยให้ผู้ตรวจพิจารณาลำดับและผลของแต่ละรายการได้ตามกฎหมาย [2]
แยกผลค้นออกจากข้อสรุปว่าจดทะเบียนได้
มาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดเงื่อนไขสำคัญของเครื่องหมายที่รับจดทะเบียน ทั้งลักษณะบ่งเฉพาะ ลักษณะต้องห้าม และความไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่นตามเงื่อนไขกฎหมาย ส่วนมาตรา 7 อธิบายเรื่องลักษณะบ่งเฉพาะ การไม่พบชื่อเหมือนในผลค้นจึงไม่ได้ตอบเงื่อนไขทั้งหมด [2] ตัวอย่างเช่น ชื่ออาจไม่ชนกับรายการที่เราพบ แต่ยังต้องพิจารณาว่าเป็นคำที่ช่วยแยกแหล่งที่มาของสินค้าหรือเป็นเพียงคำที่บรรยายสินค้า การปรับรูปตัวอักษรหรือเพิ่มภาพก็ต้องดูเครื่องหมายทั้งชุด ไม่ใช่ถือว่าเปลี่ยนสีแล้วจะผ่านแน่นอน ในทางทำงาน ควรสรุปว่า “ค้นพบรายการใกล้เคียงตามแนบ” หรือ “ยังไม่พบภายในขอบเขตที่ค้น” พร้อมบอกสิ่งที่ยังต้องตรวจ ไม่ใช้คำว่า “ผ่าน” โดยไม่ระบุว่าผ่านขั้นตอนไหน การใช้ภาษาที่ตรงกับผลช่วยให้คนอนุมัติการลงทุนไม่เข้าใจเกินกว่าหลักฐานที่มี
ให้คนตรวจเห็นคำถามและเหตุผลที่เรากังวล
แฟ้มที่มีภาพเครื่องหมายหลายสิบภาพแต่ไม่มีคำอธิบายอาจทำให้ผู้รับต้องเริ่มงานใหม่ทั้งหมด ควรสรุปว่าเครื่องหมายใดเกี่ยวข้องกับคำอ่านเดียวกัน รายการใดใช้กับสินค้าที่ใกล้เคียง และส่วนใดของโลโก้ที่เราคิดว่าเป็นจุดสำคัญ การระบุความกังวลไม่ได้หมายความว่าเราวินิจฉัยแล้วว่าเครื่องหมายขัดกัน แต่ช่วยให้ผู้ตรวจใช้ข้อเท็จจริงตรงกัน หากมีคู่แข่งที่ใช้ชื่อในตลาดแต่ยังไม่พบในฐานข้อมูล ก็ควรเก็บตัวอย่างการใช้และที่มาส่งไปด้วย ไม่ตัดข้อมูลทิ้งเพียงเพราะไม่ใช่ทะเบียน สำหรับทีมเล็ก เอกสารสรุปอาจมีเพียงภาพเครื่องหมายที่ต้องการยื่น รายการสินค้าและบริการ ตารางผลค้น และคำถามที่ต้องการคำตอบ แยกจากไฟล์บัญชีหรือข้อมูลส่วนตัวที่ไม่จำเป็น ไม่ต้องรวมเอกสารทุกอย่างของกิจการเข้ามาเพื่อให้แฟ้มดูครบ
ตรวจเอกสารและค่าใช้จ่ายจากช่องทางทางการก่อนยื่น
กรมทรัพย์สินทางปัญญามีหน้ารวมแบบฟอร์ม คู่มือการกรอก ค่าธรรมเนียม และขั้นตอนยื่นคำขอ ข้อมูลเหล่านี้ควรตรวจจากฉบับที่ใช้กับการยื่นจริง โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนผู้ขอ รายการสินค้า หรือรูปแบบเครื่องหมาย ไม่ใช้แบบฟอร์มที่ดาวน์โหลดไว้นานแล้วโดยไม่ตรวจ [1] หากให้ตัวแทนดำเนินการ ควรตกลงขอบเขตงานให้ชัดว่าเป็นเพียงยื่นเอกสาร รวมตรวจผลค้น ตอบหนังสือ หรือดำเนินการขั้นอื่นด้วยหรือไม่ ค่าบริการของตัวแทนกับค่าธรรมเนียมราชการควรแยกให้เข้าใจ และไม่ควรรับประกันผลจดทะเบียนจากการชำระค่าบริการ การรับเลขคำขอหรือหลักฐานยื่นไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกับการได้รับทะเบียนสำเร็จ ควรมีผู้รับผิดชอบติดตามหนังสือและกำหนดเวลาที่หน่วยงานแจ้ง ไม่ทิ้งเรื่องไว้กับอีเมลของคนที่อาจไม่ได้ดูแลงานต่อ
ถ้าชื่อหรือแผนธุรกิจเปลี่ยน ให้กลับมาตรวจใหม่
ก่อนสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์หรือเปิดตัว ให้เทียบแบบที่ใช้จริงกับแบบที่ส่งตรวจอีกครั้ง หากเปลี่ยนคำหลัก ภาพ หรือสินค้าที่ใช้ ผลค้นและความเห็นเดิมอาจต้องทบทวน ส่วนการขยายไปอีกประเทศต้องตรวจเขตอำนาจและระบบของประเทศนั้นต่างหาก ไม่ถือว่าคำขอในไทยตอบทุกตลาด การค้นที่ดีจึงไม่ได้จบแค่พบหรือไม่พบ แต่ควรทิ้งหลักฐานที่คนอื่นตรวจต่อได้ว่าเรามองอะไรไปแล้วและอะไรยังไม่รู้ เมื่อถึงเวลาตัดสินใจยื่น เปลี่ยนชื่อ หรือปรับโลโก้ การตัดสินใจจะอิงข้อมูลชุดเดียวกัน ไม่ใช่อิงความจำว่าเคยมีคนบอกว่า “น่าจะได้”
เอกสารอ้างอิง
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา — บริการเครื่องหมายการค้า — ทางเข้าระบบค้นข้อมูล แบบฟอร์ม รายการสินค้าและบริการ ค่าธรรมเนียม และขั้นตอนดำเนินการ
- พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 — ราชกิจจานุเบกษา ประกอบ ตัวบทฉบับรวมที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเผยแพร่ โดยเฉพาะ มาตรา 6 และ มาตรา 7 รวมทั้ง หน้ารวมพระราชบัญญัติของกรมทรัพย์สินทางปัญญา และ คำอธิบายสรุปสาระสำคัญของกรมทรัพย์สินทางปัญญา — ลิงก์ตัวบทฉบับรวมมาจากหน่วยงานเจ้าภาพ ไม่ใช่เพียงบทความอธิบาย
บทความเสนอวิธีเตรียมข้อมูลก่อนยื่น ไม่ใช่ผลตรวจชื่อหรือเครื่องหมายเฉพาะราย และไม่รับรองการจดทะเบียนหรือการไม่มีสิทธิของบุคคลอื่น