CapybarAIsource maps & field notes

สปอนเซอร์ โฆษณา และการขาย

รับรีวิวอาหารเสริมและเครื่องสำอาง ต้องตรวจอะไรกับแบรนด์ก่อน

สมมติว่าแบรนด์ส่งอาหารเสริมและครีมบำรุงมาให้ครีเอเตอร์รีวิว พร้อมบอกว่า “มีเลข อย. แล้ว พูดตามข้อมูลนี้ได้เลย” ในเอกสารมีทั้งคุณสมบัติสินค้า ความเห็นผู้ใช้ และข้อความว่าช่วยรักษาปัญหาสุขภาพได้ ทีมจึงต้องถามต่อว่า เลขที่ได้รับมาคือเลขอะไร ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ใด และข้อความที่จะพูดผ…

สมมติว่าแบรนด์ส่งอาหารเสริมและครีมบำรุงมาให้ครีเอเตอร์รีวิว พร้อมบอกว่า “มีเลข อย. แล้ว พูดตามข้อมูลนี้ได้เลย” ในเอกสารมีทั้งคุณสมบัติสินค้า ความเห็นผู้ใช้ และข้อความว่าช่วยรักษาปัญหาสุขภาพได้ ทีมจึงต้องถามต่อว่า เลขที่ได้รับมาคือเลขอะไร ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ใด และข้อความที่จะพูดผ่านการตรวจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วหรือยัง การมีข้อมูลผลิตภัณฑ์ในระบบกับการนำข้อความไปโฆษณาเป็นคนละเรื่อง และอาหารเสริมกับเครื่องสำอางก็ไม่ได้ใช้ข้อกำหนดเหมือนกันทั้งหมด ก่อนรับงานจึงควรเริ่มจากรู้ว่าสินค้าคืออะไรจริง ไม่ใช้คำรวมว่า “ผลิตภัณฑ์สุขภาพ” แล้วนำแบบตรวจเดียวกันไปใช้ทุกชนิด

เรียกว่ารีวิวก็ยังอาจเป็นโฆษณา

สำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร อย. อธิบายไว้ตรง ๆ ว่า การรีวิวข้อมูลเกี่ยวกับคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร เพื่อประโยชน์ทางการค้า เข้าข่ายเป็นการโฆษณาที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนโฆษณา ดังนั้น คำว่า “รีวิวตามประสบการณ์” ไม่ใช่ทางลัดออกจากกฎหมาย หากเนื้อหาและวัตถุประสงค์มีลักษณะทางการค้า [5] แนวทางของบทความนี้จึงให้เปิดเผยความสัมพันธ์ทางการค้าเสมอเมื่อมี เช่น ค่าจ้าง สินค้าฟรี ค่าคอมมิชชัน ลิงก์ affiliate หรือความสัมพันธ์กับกิจการเจ้าของสินค้า ให้ผู้ชมรู้ตั้งแต่ต้นว่าเนื้อหามีบริบททางการค้าอย่างไร จรรยาบรรณของสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยก็เน้นโฆษณาที่อยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ทำให้สำคัญผิด และไม่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ขณะที่ สคบ. กับสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์ไทยกำลังพัฒนากรอบ responsible influencer advertising โดยระบุ sponsorship disclosure ความถูกต้องของข้อมูล และการอวดอ้างเกินจริงเป็นประเด็นสำคัญ [7][8] แต่การเขียนว่า “ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์” ไม่ได้ทำให้คำต้องห้ามหรือข้อความเกินจริงใช้ได้ อย. เตือนทั้ง ผู้ประกอบการ และอินฟลูเอนเซอร์หรือครีเอเตอร์ ให้ระวังการรีวิวหรือโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง และยกตัวอย่างข้อความเกี่ยวกับการรักษาโรค ความปลอดภัย 100% หรือการอ้างว่า อย. รับรองความปลอดภัยที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด [6] จึงควรทำงานสองชั้นพร้อมกัน คือเปิดเผยความสัมพันธ์ให้คนดูเข้าใจ และตรวจข้อความกับกฎหมายเฉพาะของสินค้า แบรนด์ไม่ควรคิดว่าการให้ครีเอเตอร์เป็นผู้โพสต์ทำให้ความรับผิดของเจ้าของผลิตภัณฑ์หายไป ส่วนครีเอเตอร์ก็ไม่ควรอาศัยคำว่า “พูดตามสคริปต์แบรนด์” เป็นเหตุข้ามการตรวจสิ่งที่จะเผยแพร่จริง ผลทางกฎหมายของแต่ละฝ่ายต้องพิจารณาตามบทบาท การกระทำ และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี

ตรวจประเภทสินค้าและข้อมูลที่ตรงกับของจริง

ขอชื่อสินค้า ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ฉลาก เลขที่เกี่ยวข้อง และรายละเอียดของสินค้าที่จะได้รับมาทดลอง แล้วตรวจว่าข้อมูลตรงกับผลิตภัณฑ์จริง ไม่ใช่เลขของสินค้าอีกสูตร อีกชื่อ หรืออีกผู้รับอนุญาต เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. มีช่องทางตรวจการอนุญาตผลิตภัณฑ์และสืบค้นข้อมูลใบอนุญาตโฆษณาแยกไว้ การตรวจจึงควรเลือกประเภทข้อมูลให้ตรง ไม่เห็นเลขในฐานผลิตภัณฑ์แล้วสรุปว่าอนุญาตข้อความโฆษณาทั้งหมดแล้ว [1] หากยังไม่ทราบว่าสินค้าจัดอยู่ในกฎหมายประเภทใด ให้ขอผู้รับผิดชอบของแบรนด์ชี้แจงพร้อมเอกสาร และส่งตรวจเพิ่มเติมก่อนตกลงบทพูด อย่าเลือกประเภทจากลักษณะบรรจุภัณฑ์หรือคำที่ใช้ขายเพียงอย่างเดียว เพราะข้อจำกัดเรื่องข้อความและขั้นตอนอาจต่างกัน

อาหารเสริมต้องตรวจทั้งข้อความและการอนุญาตโฆษณาที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 40 ห้ามโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือหลอกลวงให้หลงเชื่อโดยไม่สมควร ส่วนมาตรา 41 กำหนดให้การโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณเพื่อประโยชน์ทางการค้าตามที่ระบุ ต้องนำเสียง ภาพ หรือข้อความให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อน และได้รับอนุญาตแล้วจึงโฆษณาได้ [2] ดังนั้น หากงานที่รับเป็นการกล่าวอ้างคุณประโยชน์ของอาหารเสริม ให้ขอเอกสารและข้อความที่อนุญาตมาเทียบกับสิ่งที่จะเผยแพร่จริง ไม่รับเพียงเลขอนุญาตโดยไม่ดูว่าเกี่ยวกับข้อความและสินค้าที่ใช้หรือไม่ และไม่แก้จากข้อความที่อนุญาตให้กลายเป็นผลรักษาโรคหรือผลที่กว้างกว่าเดิมเอง การพิจารณารายละเอียดต้องอ่านหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหารและข้อกำหนดที่ใช้กับสินค้านั้นประกอบ ไม่ใช่สรุปว่าทุกครั้งที่เห็นอาหารอยู่ในภาพต้องขออนุญาตแบบเดียวกัน หรือกลับกันว่าเรียกงานว่า “รีวิวส่วนตัว” แล้วไม่มีคำถามเรื่องโฆษณาเชิงพาณิชย์เลย โดยเฉพาะเมื่อรีวิวคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณเพื่อประโยชน์ทางการค้า อย. ระบุชัดว่าเข้าข่ายโฆษณาที่ต้องได้รับอนุญาตก่อน [2][3][5]

เครื่องสำอางมีข้อห้ามของตนเอง ไม่ใช่นำขั้นตอนอาหารมาใช้แทน

พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 แยกเรื่องการจดแจ้งผลิตภัณฑ์ออกจากการโฆษณา โดยมาตรา 41 ห้ามข้อความเท็จ เกินจริง ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญ รวมถึงข้อความแสดงสรรพคุณรักษาโรคหรือที่ไม่ใช่จุดมุ่งหมายของเครื่องสำอางตามเงื่อนไขที่กฎหมายระบุ [4] การมีใบรับจดแจ้งจึงไม่ได้เป็นคำรับรองว่าแบรนด์นำข้อความใดมาโฆษณาก็ได้ สำหรับทีมผลิตสื่อ ต้องตรวจว่าสิ่งที่พูดอยู่ในขอบเขตของเครื่องสำอางและมีหลักฐานรองรับหรือไม่ ไม่อาศัยเพียงประโยคว่า “สินค้าผ่าน อย.” สำหรับเครื่องสำอาง มาตรา 46 เปิดช่องให้ผู้จดแจ้งหรือผู้ทำโฆษณาที่สงสัยว่าข้อความของตนจะฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ขอความเห็นก่อนโฆษณาได้ ช่องทางนี้ต้องแยกจากหน้าที่ขออนุญาตโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารตามมาตรา 41 ของกฎหมายอาหาร ไม่ควรเรียกเอกสารทั้งสองอย่างว่าใบอนุญาตโฆษณาเหมือนกัน หากแบรนด์มีหนังสือให้ความเห็น ให้ตรวจว่าครอบคลุมสินค้าและข้อความที่จะใช้จริงเพียงใด [2][4]

งานวิจัยเกี่ยวกับส่วนผสม ไม่ได้ยืนยันผลของสินค้าทุกสูตร

สมมติว่าเอกสารกล่าวถึงงานวิจัยของสารชนิดหนึ่ง แต่สินค้าที่ขายมีส่วนผสมหลายชนิด ปริมาณต่างจากงานวิจัย หรือใช้คนละวิธี ครีเอเตอร์ไม่ควรนำผลวิจัยนั้นไปเล่าเป็นผลแน่นอนของสินค้าสำเร็จรูปโดยไม่ตรวจความเกี่ยวข้อง ขอให้แบรนด์ระบุว่าเอกสารใดรองรับข้อความใด ทดสอบกับสูตรที่ขายหรือไม่ มีข้อจำกัดเกี่ยวกับกลุ่มผู้ใช้ ระยะเวลา หรือวิธีใช้เพียงใด การมีรายงานหนาหลายร้อยหน้าไม่ได้ช่วยหากยังไม่ทราบว่าประโยคบนหน้าปกคลิปอ้างจากส่วนไหน หากเป็นคำรับรองจากผู้ใช้ ต้องตรวจความหมายและที่มา ไม่ใช้ประสบการณ์คนหนึ่งแทนผลที่จะเกิดกับทุกคน สำหรับเครื่องสำอาง กฎหมายยังให้อำนาจเรียกให้พิสูจน์ข้อความโฆษณาตามมาตรา 45 การอ้างผลวิจัยหรือการรับรองจึงควรมีหลักฐานที่อธิบายได้ ไม่ใช่คำที่เติมเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ [4]

ตรวจทั้งบทพูด ภาพก่อน–หลัง และคำตอบระหว่างไลฟ์

การตัดคำที่ไม่ควรพูดออกจากบทไม่ได้เพียงพอ หากภาพก่อน–หลังหรือฉากประกอบยังสื่อว่าสินค้ารักษาอาการได้ ควรให้ผู้ตรวจเห็นงานทั้งชิ้น รวมคำบนจอ ภาพปก เสียง คำบรรยาย และลิงก์ที่พาไปซื้อ สำหรับไลฟ์ ควรเตรียมขอบเขตคำตอบไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะคำถามเกี่ยวกับโรค อาการ ยาที่ใช้อยู่ หรือผลที่คาดหวัง ไม่เปลี่ยนการรีวิวสินค้าให้เป็นการให้คำแนะนำรักษาเฉพาะบุคคล และไม่ทวนคำอ้างรักษาโรคจากคอมเมนต์เสมือนเป็นข้อมูลที่แบรนด์ยืนยันแล้ว นี่เป็นข้อเสนอการทำงานเพื่อป้องกันการหลุดจากเนื้อหาที่ตรวจไว้ ไม่ใช่รายการคำปลอดภัยที่ใช้แทนการตรวจตามกฎหมายเฉพาะได้ หากมีคำถามที่ยังตอบไม่ได้ ควรระบุว่าไม่ทราบและส่งให้ผู้รับผิดชอบที่เหมาะสมตรวจ แทนการคาดเดาเพื่อให้การขายดำเนินต่อไป

คำเตือนของ อย. เป็นเหตุให้ตรวจเนื้อหาจริง ไม่ใช่ดูเพียงจำนวนผู้ติดตาม

ในข่าววันที่ 27 มกราคม 2569 อย. รายงานการร่วมมือกับเครือข่ายเพื่อรับมือโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง โดยกล่าวถึงปัญหาการอวดอ้างสรรพคุณ รวมถึงการอ้างป้องกันหรือรักษาโรคผ่านสื่อออนไลน์ ข่าวนี้เป็นการสื่อสารของหน่วยงานเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางดำเนินงาน ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าครีเอเตอร์หรือผลิตภัณฑ์ที่เราใช้เป็นตัวอย่างมีความผิด [5] สำหรับทีมรับงาน ประเด็นที่นำมาปรับใช้ได้คือควรมีขั้นตรวจสินค้าและข้อความก่อนเริ่มผลิต ไม่เลือกงานจากความน่าเชื่อถือของผู้ติดต่อ จำนวนผู้ติดตาม หรือคำยืนยันว่าเคยจ้างคนอื่นพูดแบบนี้แล้วเพียงอย่างเดียว

ตกลงให้ชัดว่าใครตรวจ และทำอย่างไรเมื่อข้อความใช้ไม่ได้

ในข้อตกลงกับแบรนด์ ควรระบุผู้ส่งเอกสาร ผู้ตรวจข้อมูล ผู้อนุมัติข้อความ และขั้นตอนเมื่อหลักฐานหรือการอนุญาตไม่ครอบคลุมงานที่วางแผนไว้ เช่น ปรับบท เลื่อนวัน หรือยุติส่วนงานตามที่ตกลงกัน ไม่ให้กำหนดส่งเป็นเหตุข้ามการตรวจ หากต้องเล่าประสบการณ์จริง ควรมีเวลาทดลองตามสมควรและคงสิทธิที่จะไม่กล่าวอ้างสิ่งที่ไม่ได้พบ การได้รับค่าจ้างไม่ได้ทำให้ประสบการณ์ที่แต่งขึ้นเป็นจริง และข้อความเปิดเผยสปอนเซอร์ก็ไม่ได้แก้ปัญหาสรรพคุณที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังอนุมัติ ให้เก็บฉบับที่จะเผยแพร่พร้อมเอกสารที่รองรับ หากเปลี่ยนสูตร ฉลาก ข้อความ หรือรูปแบบโฆษณา ต้องกลับมาตรวจว่าสิ่งที่อนุญาตและหลักฐานเดิมยังใช้กับงานนั้นหรือไม่ ไม่คัดคำว่า “ตรวจแล้ว” จากคลิปก่อนมาวางบนคลิปใหม่

เมื่องานเผยแพร่แล้ว ยังต้องมีคนรับเรื่องแก้ไข

ควรรู้ว่าใครติดต่อแบรนด์และคนดูแลโพสต์เมื่อมีข้อมูลผิด ข้อร้องเรียน หรือคำแจ้งจากหน่วยงาน รวมถึงไฟล์ที่ส่งให้ตัวแทนจำหน่ายและโฆษณาที่ซื้อพื้นที่ไว้ ไม่แก้เฉพาะต้นฉบับแล้วปล่อยฉบับที่เผยแพร่จริงไว้เหมือนเดิม หากได้รับข้อมูลอาการหรือประวัติสุขภาพจากผู้ชม ต้องระวังไม่ให้นำไปเผยแพร่เป็นคำรับรองสินค้าโดยไม่มีการพิจารณาที่เหมาะสม ข้อมูลสุขภาพมีเงื่อนไขเฉพาะตาม มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ซึ่งต้องตรวจต่างจากการใช้ข้อความทั่วไป [6] งานรีวิวที่ตรวจดีจึงเริ่มตั้งแต่รู้ว่าสินค้าคืออะไร ไปจนถึงรู้ว่าข้อความที่ออกไปสื่ออะไรและมีใครรับผิดชอบเมื่อพบปัญหา ไม่ใช่จบที่เห็นเลขหนึ่งชุดแล้วสรุปว่า “พูดได้”

เอกสารอ้างอิง

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — เว็บไซต์และบริการตรวจสอบผลิตภัณฑ์/การโฆษณา
  2. พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 — ราชกิจจานุเบกษา และ กองกฎหมาย อย. — ตัวบทและเอกสารที่เกี่ยวข้อง — มาตรา 40 และ 41
  3. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2564 — ใช้อ่านรายละเอียดประกอบ ต้องตรวจฉบับและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับงานจริง
  4. พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 — เรื่องการจดแจ้ง และมาตรา 41, 45, 46 เกี่ยวกับการโฆษณา
  5. อย. — ข่าวการร่วมมือรับมือโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพเกินจริง วันที่ 27 มกราคม 2569
  6. พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ตัวอย่างเป็นสถานการณ์สมมติ บทความไม่ได้ให้คำแนะนำทางการแพทย์ รับรองสินค้า หรืออนุมัติข้อความโฆษณา การใช้จริงต้องตรวจประเภทผลิตภัณฑ์ หลักฐาน และข้อกำหนดที่ใช้กับงานนั้น

แหล่งข้อมูลแนวปฏิบัติประกอบเพิ่มเติม

  1. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — “อย. เตือน รีวิวผลิตภัณฑ์อาหาร ต้องได้รับอนุญาตก่อนโฆษณา” 3 สิงหาคม 2566 — ระบุว่าการรีวิวคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารเพื่อประโยชน์ทางการค้าเข้าข่ายโฆษณา
  2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา — เตือนผู้ประกอบการและอินฟลูเอนเซอร์หรือครีเอเตอร์เรื่องการรีวิวอาหารเสริมเกินจริง 16 ตุลาคม 2568 — ตัวอย่างข้อความอวดอ้างและข้อความที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
  3. สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย — จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพโฆษณา — แนววิชาชีพเรื่องความจริง การไม่ทำให้สำคัญผิด และการไม่โอ้อวดเกินจริง
  4. สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค — OCPB และ Thai Influencer Trade Association ร่วมพัฒนากรอบ Responsible Influencer Advertising — ยก sponsorship disclosure ความถูกต้องของข้อมูล และการอวดอ้างเกินจริงเป็นประเด็นหลักของกรอบที่กำลังพัฒนา
  5. ICC — What’s new in the 2024 Advertising and Marketing Communications Code — ระบุความรับผิดของทั้ง influencer และ marketer และหลักให้ sponsored content ระบุได้ชัดเจน ใช้เทียบเคียงประกอบ ไม่ใช่กฎหมายไทย