ถ้าภายหลังที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีผู้บริโภคแล้ว ปรากฏว่ามีการฟ้องผู้ประกอบธุรกิจรายเดียวกันเป็นคดีผู้บริโภคอีกโดยข้อเท็จจริงที่พิพาทเป็นอย่างเดียวกับคดีก่อนและศาลในคดีก่อนได้วินิจฉัยไว้แล้ว ศาลในคดีหลังอาจมีคำสั่งให้ถือว่าข้อเท็จจริงในประเด็นนั้นเป็นอันยุติเช่นเดียวกับคดีก่อนโดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐาน เว้นแต่ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีก่อนนั้นยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาดคดี หรือเพื่อให้โอกาสแก่คู่ความที่เสียเปรียบต่อสู้คดี ศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเองหรืออนุญาตให้คู่ความนำพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรก็ได้
CCPA-2551 · พระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551
มาตรา 30
ถ้าภายหลังที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีผู้บริโภคแล้ว ปรากฏว่ามีการฟ้องผู้ประกอบธุรกิจรายเดียวกันเป็นคดีผู้บริโภคอีกโดยข้อเท็จจริงที่พิพาทเป็นอย่างเดียวกับคดีก่อนและศาลในคดีก่อนได้วินิจฉัยไว้แล้ว ศาลในคดีหลังอาจมีคำสั่งให้ถือว่าข้อเท็จจริงในประเด็นนั้นเป็นอันยุติเช่นเดียวกับคดีก่อนโดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐาน เว้นแต่ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงในคดีก่อนนั้นยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัยชี้ขาดคดี หรือเพื่อให้โอกาสแก่คู่ความที่เสียเปรียบต่อสู้คดี ศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเองหรืออนุญาตให้คู่ความนำพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควรก็ได้
บทบัญญัติ
มาตรา 30
ส่วนหนึ่งของ พระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551; ถ้อยคำตาม law.go.th และโครงสร้างวรรค/ค่าเยื้องตาม SearchLaw หลังตรวจความตรงกันของข้อความ
ความเห็นและเอกสารที่เชื่อม
รายการที่ SearchLaw เชื่อมกับมาตรา 30
0 ความสัมพันธ์มาตรา–เอกสารจากระเบียนที่ตรวจ
เอกสารที่เชื่อมกับมาตรานี้
การตรวจจุดเชื่อมของมาตรา 30 ในระเบียน SearchLaw ให้ผล 0 รายการ ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2569
ผลนี้จำกัดเฉพาะระเบียนกฎหมายฉบับที่ตรวจ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าไม่มีเอกสารในฐานข้อมูลหรือแหล่งทางการอื่น
เปิดระเบียน SearchLawแหล่งข้อมูลทางการ